post

งานวิจัยที่ศึกษาผลต่อสุขภาพในระยะยายของ pod บุหรี่ไฟฟ้า และจนปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปว่าบุหรี่ไฟฟ้าส่งผลอันตรายต่อตัวผู้สูบอย่างไรบ้าง เพราะมีงานวิจัยมากเกิดขึ้นเรื่อยๆ ต่างก็ชี้ให้เห็นโทษของ pod บุหรี่ไฟฟ้า ทั้งผลต่อระบบหลอดเลือด ทำให้ปอดอ่อนแอ เสี่ยงต่อการเป็นถุงลมโป่งพอง รวมถึงผลต่อสุขภาพในระยะยาวที่ยังไม่มีข้อสรุป 

ซึ่งแท้จริงแล้ว pod บุหรี่ไฟฟ้า ไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่กล่าวอ้างกัน อย่างตัวน้ำยาของ pod บุหรี่ไฟฟ้า เองที่ผู้ผลิตอ้างเสมอว่า มีสารเคมีแค่ 4 ชนิด ขณะที่บุหรี่ธรรมดามี 6-7 พันชนิด ซึ่งดูแล้วแตกต่างกันเยอะ แต่ความจริงแล้วไม่ได้มีแค่ 4 ชนิด แม้จะใส่สารไปแค่ 4 ชนิดจริง แต่เมื่อสารเข้าสู่ร่างกายจะเกิดการแตกตัวออกไปอีกจำนวนมาก เช่น โพรไพลีนไกลคอล ซึ่งเป็นสารตัวทำละลายในน้ำยา ก็สามารถแตกตัวเป็นสารก่อมะเร็งเป็นต้น เนื่องจาก pod บุหรี่ไฟฟ้า ไม่มีมาตรฐานการผลิต เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลายประเทศยังไม่ยอมรับ จึงไม่มีการควบคุม  

ข่าวเมื่อปี่ที่แล้ว วันที่ 20 มิ.ย  2019 เหตุบุหรี่ไฟฟ้าระเบิดคาปาก เด็กวัยรุ่นอเมริกันอายุ 17 ปี ขณะกำลังสูบอยู่ในรถรางขนส่ง ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ปากแตก ฟันหัก และกระดูกคางแตก ที่รัฐเนวาดา ประเทศสหรัฐอเมริกา สำหรับผลการศึกษาในสหรัฐพบเหตุบุหรี่ไฟฟ้าระเบิดและทำให้มีผู้บาดเจ็บต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลกว่า 2,000 ครั้ง ระหว่างในปี 2558-2560 แต่ประชาชนยังไม่ตระหนักถึงอันตรายของ pod บุหรี่ไฟฟ้า มั่นใจด้วยว่าจะไม่ใช่รายสุดท้าย ซึ่งหลักการการทำงานของ pod บุหรี่ไฟฟ้า ที่มีความวุ่นวาย ซับซ้อน และสัมผัสสารเคมีที่เข้มข้นพอสมควร เสี่ยงกับวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่มีมาตรฐาน เพราะวงจรขั้นตอนการทำงานของ pod บุหรี่ไฟฟ้า ส่วนใหญ่จะมี 3 ส่วน คือ

  • ตัวเก็บพลังงานหรือแบตเตอรี่ จะเห็นได้ในปัจจุบันมีหลากหลายมาก พร้อมเกิดปัญหาและมีการระเบิด  
  • ตัวจุดระเบิดที่เรียกว่าอะตอมไมเซอร์ เป็นตัวเชื่อมต่อเอาพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ไปใช้ เพื่อเกิดการระเหิดของน้ำยาในตัวหลอด ก็สามารถทำงานบกพร่องได้
  • น้ำยาของ pod บุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งไม่น่าปลอดภัย เพราะมีสารเคมีปนเปื้อน สารเคมีเหล่านั้นจะมาปะทุเป็นประจุไฟฟ้าเมื่อไรก็ได้ เรียกว่าการเกิดระเบิดสามารถเกิดขึ้นได้หมด

อย่างไรก็ตาม ก่อนการใช้ทุกครั้ง ควรศึกษาอ่านคำแนะนำและปฏิบัติตามคู่มืออย่างเคร่งครัด รวมถึงหลีกเลี่ยงการชาร์จบุหรี่ไฟฟ้าข้ามคืนและชาร์จทิ้งไว้เป็นเวลานาน เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ